Reads
ธีรัชดึงเธอเข้าหาอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งประคองต้นคอของเธอไว้ อีกข้างแตะแผ่นหลังเธออย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องขอโทษ” เสียงเขาแผ่วเบา แต่ชัดเจน “ถ้าจะขอโทษ ก็ควรจะเป็นผมที่ต้องขอโทษริน” และก่อนที่นีรินจะตอบอะไร เขาก็ก้มลง… ริมฝีปากของเขาแตะลงบนของเธออีกครั้ง อบอุ่น…มั่นคง…และแนบแน่นยิ่งกว่าครั้งก่อน เธอเบิกตากว้าง แต่สุดท้ายกลับค่อยๆ ปิดมันลง เหมือนถูกสะกดไว้ด้วยสัมผัสนั้น ธีรัชจูบเธอราวกับกลัวจะเสียเธอไป ราวกับต้องการจะย้ำว่า “เธอคือของเขา” ไม่ใช่แค่เลขา…แต่เป็นคนสำคัญของหัวใจ เขาผละออกเพียงนิด ปลายจมูกของทั้งสองยังแตะกันอยู่ “ถ้ายังเรียกบอสอีกจะถูกทำโทษแบบนี้อีก…” เขากระซิบ
Updated at
Reads
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน วีรดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสอุ่น ๆ ของหมอนที่กอดเธอไว้แน่น เมื่อก้มมองสภาพตัวเอง เธอก็ต้องตกใจกับร่างกายที่ปราศจากเสื้อผ้า"เฮ้ย
Updated at
Reads
หมอเขื่อน ขุนเขื่อน หมอหนุ่มรูปหล่อมาดขรึม นิสัย: ขี้เก็ก ปากกับใจไม่ค่อยตรงกัน คลั่งรัก อายุ 27ปี สตางค์ วริศรา สาวร่างเล็ก นักเขียนนิยาย นิสัย:ปากกับใจตรงกัน ไม่ชอบสังคม ทะเล้นนิดๆ อายุ 27ปี
Updated at
Reads
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังขึ้นจากลานหน้าบ้าน เขาหันไปมองผ่านหน้าต่างห้องทำงาน เห็นธารินในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีดกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีด กำลังติดกระดุมหมวกกันน็อกให้เด็กชายตัวเล็กที่นั่งซ้อนท้าย "น้องภีมจับแม่แน่นๆ นะลูก" เด็กน้อยพยักหน้าก่อนจะกอดเอวแม่แน่น ธารินสตาร์ทรถแล้วค่อยๆ ขับออกจากไร่ไปอย่างระมัดระวัง ภาวินยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เธอต้องขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนเองทุกวันสินะ… ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นในอก มันทั้งอึดอัดและไม่สบายใจ เธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว… ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เขาอยากถาม อยากรู้ว่าภีมเป็นลูกของใครกันแน่ แต่ในใจลึกๆ เขากลับไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับคำตอบนั้น... ภาวินตัดสินใจถามป้าจันทร์เกี่ยวกับน้องภีมหลังจากเห็นธารินขับมอเตอร์ไซค์พาลูกไปส่งที่โรงเรียน เขาเดินไปหาป้าจันทร์ที่กำลังจัดสวนอยู่หลังบ้าน "ป้าครับ... น้องภีมกี่ขวบแล้วครับ?" ป้าจันทร์เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะยิ้มเบาๆ ให้ "น้องภีมเหรอ? ตอนนี้ก็หกขวบแล้วค่ะ" ป้าจันทร์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "น่ารักนะคะ ฉลาดด้วย เวลาธารินพาเขามาหาป้าก็มักจะเล่นกันอย่างสนุกสนาน" ภาวินพยักหน้าเงียบๆ พยายามเก็บอารมณ์ที่สับสนในใจ เขารู้สึกว่ามีคำถามมากมายที่ยังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับธารินและลูกชายของเธอ "ธารินเลี้ยงลูกคนเดียวหรือครับ?" เขาถามเสียงเบา แต่ป้าจันทร์ก็ยังตอบอย่างเปิดเผย "ใช่ค่ะ ธารินเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่เขายังเล็กๆ" ป้าจันทร์หยุดพูดชั่วครู่ ราวกับจะนึกอะไรบางอย่าง "จริงๆ แล้วธารินเคยมีชีวิตที่ดีนะ... แต่ตอนนี้คงเป็นอย่างที่เห็นล่ะค่ะ"
Updated at
Reads
"กานต์... มารับผมหน่อย... ตอนนี้เลย..." ชนิกานต์ที่ยังทำงานค้างอยู่ในโน๊ตบุ๊ครีบรับสาย และแม้จะเป็นดึกดื่นเพียงใด เธอก็ไม่เคยลังเลที่จะไปรับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอขับรถตรงไปยังผับที่เขาบอกไว้ และเมื่อมาถึง เธอพบพันธกรนั่งอยู่กับเพื่อนๆของเขาหญิงสาวกล่าวทักทายเพื่อนๆของเจ้านายหนุ่มตามมารยาทที่บาร์ สายตาของเขาดูเหนื่อยล้าและไม่มีความสดใสเหมือนที่เธอเคยเห็น เธอพาเขาขึ้นรถและพยายามพูดคุยกับเขา "คุณพันธกร…ค่ะเป็นไงบ้างวันนี้ทำไมดื่มมากนักละคะ" แต่เขากลับตอบด้วยคำพูดที่สับสน "ผมไม่ได้เมามากสักเท่าไหร่…แค่อยากเจอคุณ" เธอไม่เคยเห็นเขาในสภาพนี้มาก่อน ระหว่างทางกลับคอนโด พันธกรเอนศีรษะพิงเบาะรถและมองชนิกานต์ด้วยสายตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อมาถึงคอนโด ชนิกานต์พยุงพันธกรขึ้นไปที่ห้องของเขาอย่างระมัดระวัง เขายังคงไม่พูดอะไรมาก แต่เมื่อเธอช่วยเขานั่งลงบนโซฟา จู่ๆ เขาก็จับมือของเธอไว้แน่น ชนิกานต์มองเขาด้วยความประหลาดใจและตกใจเล็กน้อย "กานต์... คุณเคยรู้สึกไหมว่า...คุณต้องการใครสักคน...แต่คุณไม่รู้ว่าคนคนนั้นจะรู้สึกเหมือนกับคุณไหม..." พันธกรพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนและความอ่อนแอ "คุณ…พันธกร ..คุณเมามากเกินไปแล้วนะคะ" เขาดึงมือของชนิกานต์เข้ามาใกล้ตัวและมองลึกเข้าไปในตาของเธอ หัวใจของชนิกานต์เต้นรัว เธอรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบอะไร พันธกรก็ดึงเธอเข้าไปกอดอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาทำให้ชนิกานต์รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เธอเองก็แอบซ่อนมาตลอด
Updated at
Reads
เสือ ศิวกร ชายหนุ่มเจ้าของไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล อายุ 33 ปี บุคลิกเย็นชา ดุ และพูดตรงจนแทงใจ ศิวกรมีอดีตฝังใจเพราะพ่อเสียชีวิตที่เขาเชื่อว่าครอบครัวของพิมพ์ชนกมีส่วนเกี่ยวข้อง เสียงสายฝนโปรยปรายกลางค่ำคืน กลบทุกความเงียบของไร่อ้อยที่ทอดยาวสุดสายตา บ้านไม้สักหลังใหญ่ตั้งตระหง่านกลางผืนดินกว้างใหญ่ มันไม่ใช่เพียงแค่บ้าน แต่มันคืออาณาจักรของชายผู้เป็นเจ้าของไร่และโรงงานน้ำตาลที่ใครต่างหวาดเกรง “เสือ ” เขาเป็นชายหนุ่มเลือดนักสู้ ผู้แบกรับทั้งธุรกิจและชื่อเสียงของตระกูลไว้บนบ่า ภายนอกเย็นชา แข็งกร้าว และเด็ดขาด แต่เบื้องลึกกลับมีบาดแผลที่ไม่มีใครแตะต้องได้ ไม่เว้นแม้แต่เธอผู้หญิงที่ถูกจับเข้ามาอยู่ในฐานะ “เมีย” ที่เขาบังคับให้เธอแต่งงานด้วยเพื่อแก้แค้น พิมพ์ชนก หญิงสาวที่ชีวิตพลิกผันจากสาวเมืองกรุงธรรมดาๆ หญิงสาววัย 24 ปี ใจสู้ ไม่ยอมให้ใครรังแก แต่ต้องทนเพราะติดหนี้ก้อนโตจากพ่อแม่ เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับศิวกรเพื่อใช้หนี้ แต่กลับต้องเจอกับความเย็นชาและคำพูดทำร้ายจิตใจ ต้องก้าวเข้าสู่บ้านใหญ่กลางไร่อ้อยโดยไม่ทันตั้งตัว เธอถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคนที่เขาแต่งงานเพื่อแก้แค้นแทนพ่อ และเป็น “เมียชัง” ของผู้ชายที่ไม่เคยต้องการเธอ แต่ในค่ำคืนที่สายฝนโปรยปรายในทุกกลิ่นดินชื้นที่อบอวลไปทั่วอาณาจักรแห่งนี้ โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อความเกลียดชังที่ถูกบ่มเพาะในหัวใจของทั้งคู่ เริ่มสั่นคลอนด้วยความรู้สึกต้องห้ามที่ยากจะต้านทาน เพราะระหว่าง “ความแค้น” และ “ความรัก” เส้นแบ่งนั้นบางเหลือเกิน
Updated at
Reads
“แต่งงานกับฉัน” ห้องทั้งห้องเงียบสนิทปลายรุ้งคิดว่าตัวเองฟังผิด “คุณพูดว่าอะไรนะคะ” “ฉันจะอัดฉีดเงิน ปิดหนี้ทั้งหมด ประคองบริษัทครอบครัวเธอให้รอด” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “แลกกับการแต่งงานตามกฎหมาย หนึ่งปี” หัวใจเธอเหมือนถูกบีบแน่น “นี่มันเรื่องธุรกิจหรือเรื่องส่วนตัวคะ” วริศจ้องเธอไม่หลบตาในแววตานั้นมีทั้งความแข็งกร้าวและบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมเธอได้รักษาบริษัทของคุณเอาไว้” “ฉันได้สิ่งที่ต้องการ” “สิ่งที่ต้องการคืออะไรคะ” เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนตอบเสียงต่ำ “เดี่ยวเธอก็รู้เอง” ปลายรุ้งยืนนิ่งน้ำตาเอ่อคลอ แต่ไม่ไหลเธอเข้าใจดีว่าหากบริษัทล้มพ่อแม่เธอจะหมดทุกอย่าง บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เด็กพนักงานหลายสิบชีวิตทั้งหมดจะพังลง “หนึ่งปีใช่ไหมคะ” เสียงเธอแผ่วลง แต่ยังมั่นคง “ค่ะรุ้งตกลง” วริศควรจะรู้สึกสะใจควรจะรู้สึกว่าควบคุมเกมนี้ได้ทั้งหมด แต่ในวินาทีที่เห็นเธอยอมหัวใจเขากลับเจ็บวาบอย่างไร้เหตุผล
Updated at
Reads
สายลมเย็นพัดผ่านย่านธุรกิจในยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนลงบนผิวถนนเปียก ๆ หลังฝนตก เพียงฝันสาวน้อยผู้ทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ กำลังเดินกลับบ้านด้วยหัวใจที่เจ็บปวด สองปีของความรักที่เธอทุ่มเทให้กับ นที พังทลายเพียงชั่วข้ามคืน เขาเลือกที่จะทิ้งเธอไปอยู่กับรุ่นน้องสาวสวยในที่ทำงาน ความรักทั้งหมดถูกฉีกขาดเหมือนกระดาษบาง ในค่ำคืนที่หัวใจเจ็บปวดสุดขีด เธอเดินเข้าผับเล็ก ๆ เพื่อระบายความเศร้า ดื่มเพื่อกลบเสียงร้องไห้ และเพื่อทำลายความคิดถึงใครบางคนโดยไม่รู้ตัว ตรงข้ามกับเธออีกฟากหนึ่งของบาร์ที่คลอไปด้วยไฟสลัว หัวใจของ เตวิชญ์ หมอหนุ่มผู้เลือกขีดเส้นทางชีวิตเป็นศัลยแพทย์ แทนการกลับไปนั่งเก้าอี้ทายาทบริษัทระดับประเทศกำลังจมอยู่กับความเงียบของตัวเอง แก้วน้ำวิสกี้ในมือสั่นนิด ๆไม่ใช่เพราะเมา แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมจนรู้สึกไม่ไหวในบางวัน เขาแทบไม่ได้มีเวลาเป็น “เตวิชญ์” ในแบบที่อยากเป็นเลย มีแต่เตวิชญ์ที่คนคาดหวังให้เก่งให้แข็งแรงให้ไม่พลาดแม้เสี้ยวเดียว เขานั่งนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนอยากปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่กดทับอยู่ในอกมานานเกินไปแล้ว แต่แล้ว เมื่อ สายตาของเขาไปประสานกับเธอ เพียงฝันหญิงสาวที่เหมือนหลงเข้ามาในคืนที่เขารู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด นัยน์ตาของเธอเศร้าอย่างที่เขาอ่านออกทันทีเศร้าพอ ๆ กับที่เขาเองพยายามกลบซ่อนไว้ใต้ท่าทีสุขุม บางอย่างในอกของเตวิชกระตุกเหมือนมีคนดึงเชือกที่ผูกใจเขาอยู่ให้แน่นขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่เพราะเธอสวยไม่ใช่เพราะแสงไฟสลัวทำให้เธอดูน่าหลงใหลขึ้น แต่เพราะ สายตาคู่นั้น เต็มไปด้วยความเสียใจที่เธอพยายามเก็บให้เงียบที่สุด เศร้าจนเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เศร้าพอที่จะทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะโดยไม่ทันตั้งตัว เหมือนเธอกำลังร้องขอให้ใครสักคนเห็นเธอจริง ๆแม้เธอจะไม่ได้เอ่ยคำใดเลยก็ตาม เพียงฝันไม่รู้ตัวเลยว่าคืนนั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตและเตวิชญ์ จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธออีก
Updated at
Reads
ธันวาเป็นผู้บริหารหนุ่มที่มีความสามารถและมั่นใจในตัวเองสูง เขามีรูปร่างสูงโปร่งและดูแข็งแรง ใบหน้าของเขาเรียว มีคางที่ชัดเจน ดวงตาเรียวยาวและดูคมเข้ม ผิวของเขาค่อนข้างขาว เส้นผมสั้นยุ่งเล็กน้อยสีเทาเข้มที่ทำให้เขาดูมีเสน่ห์และสุขุม ท่าทางที่สงบและมั่นคงของเขายิ่งเสริมให้เขาดูเป็นคนที่มีความรับผิดชอบและเอาใจใส่ บุคลิกของเขาเต็มไปด้วยความเป็นผู้นำ…เขาเป็นคนเงียบขรึม แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและความใส่ใจในรายละเอียด ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นคนจริงจังและมาดเข้มในการทำงาน แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ส่วนตัว ธันวาจะเผยให้เห็นด้านอ่อนโยนของเขา เขามักมีแผนและการตัดสินใจที่แน่วแน่ ไม่ยอมให้ปัญหาใดๆ มาขวางความตั้งใจได้ และมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลและปกป้องคนที่เขารัก แม้ว่าเขาจะไม่เก่งในการแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเองเท่าที่ควร แต่ความจริงใจและความเอาใจใส่ที่เขามอบให้ก็ทำให้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความห่วงใย มินตราเป็นผู้หญิงที่มีความสดใสร่าเริงและโก๊ะนิดๆ เธอมีรูปร่างค่อนข้างเล็กและบอบบาง ใบหน้าของเธอกลมและมีดวงตากลมโตที่สดใส ผิวของเธอขาวนวล ริมฝีปากเล็กๆ ที่ดูอ่อนหวานและมีสีชมพูอ่อนๆ เส้นผมของเธอยาวตรงสลวยไว้ผมหน้าม้าสีน้ำตาลที่เข้ากับใบหน้าอย่างดี ท่าทางและการแต่งกายที่ เรียบง่ายแต่ดูมีเสน่ห์แสดงถึงความละเอียดอ่อนและนุ่มนวล แต่เธอเป็นหญิงสาวที่มีความโก๊ะๆ เธอเป็นคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจในทุกเรื่องที่เธอทำ แต่ด้วยบุคลิกที่มองโลกในแง่ดีและเป็นกันเอง เธอมักเผลอทำอะไรน่ารักๆ หรือเผลอโก๊ะอยู่บ่อยๆ ทำให้คนรอบตัวหลงรักในความไม่สมบูรณ์แบบของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะมีความไม่มั่นใจในตัวเองบางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น แต่มินตราก็เป็นคนที่มีหัวใจที่แข็งแรงและพร้อมจะปรับตัวเมื่อเจอปัญหา เธอมีความหวานซ่อนอยู่ในบุคลิกที่เปิดเผย และมักจะนำรอยยิ้มและความสุขมาให้กับคนที่อยู่รอบข้าง โดยเฉพาะธันวา ผู้ที่เธอรัก
Updated at
Reads
ทิศเหนือ วรากร อายุ29ปี นับดาว รุ่งเรืองกิจ อายุ 26ปี นับดาว หญิงสาววัยยี่สิบหกปี เจ้าของรอยยิ้มสดใสและพลังงานล้นเหลือ เติบโตมาในจังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับความทรงจำอันสวยงามเกี่ยวกับพี่ผู้ชายข้างบ้านที่ชื่อ "ทิศเหนือ" สมัยเด็กทั้งคู่เป็นเพื่อนเล่นกันแทบทุกวัน วิ่งไล่จับกันในสวนหลังบ้าน แบ่งขนมกันกิน และเคยนั่งดูดาวบนดาดฟ้าพร้อมสัญญาไร้เดียงสาว่า "โตขึ้นพี่เหนือจะแต่งงานกับดาวคนเดียวนะ" สำหรับทิศเหนือ มันอาจเป็นเพียงคำพูดของเด็กคนหนึ่ง แต่สำหรับนับดาว เธอเก็บมันไว้ในหัวใจมาตลอด หลายปีต่อมา ครอบครัวของทิศเหนือย้ายไปกรุงเทพฯ เพื่อขยายอาณาจักรธุรกิจระดับประเทศ เขากลายเป็นทายาทหนุ่มรูปหล่อของกลุ่มบริษัทชื่อดัง เป็นที่หมายปองของผู้หญิงมากมาย และมีข่าวควงสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่เป็นประจำ ขณะที่นับดาวยังคงเป็นตัวของตัวเอง ร่าเริง มั่นใจ และแอบรักเขาไม่เคยเปลี่ยน กระทั่งวันหนึ่ง ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายประกาศข่าวใหญ่ ทิศเหนือและนับดาวมีสัญญาหมั้นหมาย กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย และถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องแต่งงานกัน ข่าวนี้ทำให้ทิศเหนือไม่พอใจอย่างหนัก เพราะเขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ยังมองเขาด้วยสายตาเหมือนรักแรกในวัยเด็ก เขามองว่านับดาวเป็นเพียงยัยตัวป่วนที่น่ารำคาญ และไม่ใช่สเปกของเขาแม้แต่น้อย ส่วนนับดาว แม้จะดีใจลึก ๆ แต่เธอก็ไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รักเธอ ทว่าด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจของสองตระกูล ไม่มีใครสามารถปฏิเสธการหมั้นครั้งนี้ได้ หลังจากย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ นับดาวจึงต้องเข้าไปอยู่ในคอนโดเดียวกับทิศเหนือในฐานะ "คู่หมั้น" ชีวิตที่เคยฝันหวานกลับกลายเป็นสงครามขนาดย่อม ทิศเหนือพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้นับดาวเป็นฝ่ายถอดใจ ไม่ว่าจะพูดจาเย็นชา ทำตัวเจ้าชู้ต่อหน้าเธอ หรือสร้างกำแพงขึ้นมาระหว่างกันแต่นับดาวกลับไม่ใช่เด็กผู้หญิงขี้แยคนเดิมอีกต่อไป ยิ่งเขาร้าย เธอยิ่งสู้ ยิ่งเขาไล่ เธอยิ่งยิ้ม ยิ่งเขาพยายามผลักไส เธอยิ่งใช้ความสดใสป่วนชีวิตเขาจนวุ่นวายไปหมด ทว่าทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปและเห็นว่าเธอไม่ได้ตามตื้อเขาเพราะอยากได้ตำแหน่งภรรยาของทายาทมหาเศรษฐี แต่เพราะเธอรักเขามาตั้งแต่วันที่เขายังเป็นเพียงเด็กชายข้างบ้านในวันที่ทิศเหนือเริ่มรักนับดาวหมดหัวใจ กลับกลายเป็นวันที่เธอเริ่มเหนื่อยกับการไล่ตามความรักที่ไม่มีวันตอบรับ เมื่อหัวใจของนับดาวค่อย ๆ ถอยห่าง คนที่เคยอยากยกเลิกงานแต่งกลับต้องเป็นฝ่ายวิ่งตาม และใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาคู่หมั้นที่เขาเคยรังเกียจเอาไว้ให้ได้ก่อนที่เธอจะหลุดมือไป
Updated at
Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.
If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.