กอดหมอนกับทอฝัน
Reads
อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงานแผนกบัญชี เป็นคนเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ตั้งใจทำงาน และใช้ชีวิตอย่างตรงไปตรงมา จนบางครั้งก็ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของใคร ส่วนตูน นายช่างประจำ อบต. หนุ่มเจ้าเล่ห์นิด ๆ จอมกวนหน่อย ๆ ที่ชอบแหย่คนอื่นเป็นชีวิตจิตใจ การพบกันในงานแต่งงานของพี่สาวเขาอาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่หลังจากนั้นชีวิตของอิมพอร์ตก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย เพราะนายช่างคนนี้ช่างสรรหาเรื่องมาให้เธอปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน เธอไม่รู้หรอกว่าคำพูดไหนจริง คำพูดไหนแกล้ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาซ่อนอะไรไว้ รู้เพียงว่า…ยิ่งพยายามอยู่ให้ห่าง หัวใจกลับยิ่งเผลอเข้าใกล้เขาทีละนิด เมื่อสาวบัญชีผู้แสนซื่อ ต้องมาเจอนายช่างจอมกวน งานนี้ใครจะเป็นฝ่ายเสียอาการก่อนกันนะ!
Updated at
Reads
เมื่อ 'พายรุ้ง' คุณหนูไฮโซวัย 23 ปี ปฏิเสธเส้นทางชีวิตที่ครอบครัวขีดไว้ ลุกขึ้นมากระโดดลงจากกองเงินกองทอง หนีการไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างสุดชีวิตในวินาทีสุดท้าย! แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อสิ่งเดียวที่พาเธอรอดพ้นจากเงื้อมมือบอดี้การ์ดหน้าโหด ไม่ใช่รถสปอร์ตหรูหราหรือเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว แต่เป็น 'รถกระบะเน่าๆ' สภาพผ่านสงครามโลกที่ส่งเสียงดังตักๆ อยู่หน้าสนามบิน! แถมเจ้าของรถอย่าง 'กัส' ช่างซ่อมรถวัย 28 ปี เจ้าของอู่ 'กัสการาจ' ก็ไม่ใช่พระเอกแสนดีในนิยายฝันหวาน เขาคือชายหนุ่มเสื้อเปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง ผู้มาพร้อมกับปากที่ร้ายยิ่งกว่าฟาร์มสุนัขเคลื่อนที่! ด่าคนด้วยความเร็วสามร้อยคำต่อนาที นิ่งสงบแต่สวนกลับเจ็บแสบชนิดไม่เว้นช่องไฟให้เถียง จากชีวิตคุณหนูผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ต้องตกระไดพลอยกระโดดขึ้นท้ายกระบะ มาติดเกาะอยู่ท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเครื่อง ซากอะไหล่เก่า และฝุ่นหนาตึบ คนหนึ่งคือคุณหนูปากแซ่บ วีนเก่ง ยอมหักไม่ยอมงอ อีกคนคือช่างซ่อมรถปากจัดที่เห็นหน้าเธอทีไรก็พร้อมจะง้างปากด่าได้ตลอดเวลา ความรักวุ่นๆ ระหว่างช่างซ่อมรถปากหมากับคุณหนูปากแซ่บจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมคำเตือนป้ายใหญ่หน้าอู่ที่ว่า... "ที่นี่รับซ่อมทุกอย่าง แต่ไม่รับซ่อมคุณหนู!"
Updated at
Reads
ยินดีต้อนรับสู่โลกของ "ไฟแรงสูง" "อะไรคือ Single Line Diagram... แล้วทำไมแอร์ตัวเท่าบ้านเขาเรียกว่า Chiller?" 'ตาร์' (28 ปี) นั่งกุมขมับอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องอบรมของ บริษัท พีเอ็ม เซอร์วิส แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด นิ้วเรียวสวยเลื่อนดูไฟล์ PDF คู่มืออบรมพนักงานใหม่หนากว่าสามร้อยหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านภาษาต่างดาว หลังจากตกงานจากบริษัทนำเข้าเครื่องสำอางที่ปิดตัวลง ตาร์ที่อายุย่างเข้าใกล้เลขสามจำเป็นต้องรีบหางานใหม่เพื่อความอยู่รอด จนกระทั่งมาลงเอยกับตำแหน่ง 'เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด' ของบริษัทดูแลระบบวิศวกรรมอาคารแห่งนี้ แม้ตอนสัมภาษณ์ผู้จัดการจะบอกว่า “ไม่จบวิศวกรก็ทำได้ ขอแค่ใจรักและพร้อมเรียนรู้” แต่พอมาเจอของจริงในวันแรก... ตาร์อยากจะร้องไห้โฮ "น้องตาร์คะ เป็นยังไงบ้างเอ่ย?" 'พี่เจน' ซีเนียร์เซลล์รุ่นพี่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้มเห็นใจ "ตาเริ่มลอยแล้วนะเรา" "พี่เจนคะ ตาร์ถามจริงๆ นะคะ... อีโวลต์ (Volt) แอมป์ (Amp) วัตต์ (Watt) เนี่ย ตาร์พอเข้าใจค่ะ แต่ไอ้ 'ระบบไฟฟ้ากำลัง' กับ 'ระบบดับเพลิงอาคารสูง' นี่มัน... มันไกลตัวตาร์มากเลยค่ะ ตาร์จะไปคุยกับลูกค้าฝั่งวิศวกรเขารู้เรื่องไหมคะเนี่ย" ตาร์โอดครวญพลางชี้ไปที่รูปตู้ควบคุมไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สในหน้าจอ พี่เจนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตบไหล่ให้กำลังใจ "แรกๆ ก็แบบนี้ทุกคนแหละจ้า ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้จักหม้อแปลงไฟฟ้าเลยหรอก หน้าที่ของเซลล์อย่างเรา ไม่ใช่การไปซ่อมเครื่องเอง แต่คือการ 'ฟัง' ว่าลูกค้ากำลังเจอปัญหาอะไร แล้วเอาปัญหานั้นมาบอกทีมช่างของเราต่างหาก... อ้อ! แต่ศัพท์เทคนิคพื้นฐานต้องแม่นนะ ไม่งั้นโดนพวกช่างหรือวิศวกรหน้างานของฝั่งลูกค้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่แน่ โดยเฉพาะพวกโรงงานอุตสาหกรรมน่ะ ตัวดีเลย" "วิศวกรโรงงานดุมากเลยเหรอคะ?" ตาร์กลืนน้ำลาย "แล้วแต่คนน่ะ แต่อย่างนิคมอุตสาหกรรมแถวมหาชัยที่เราต้องดูแลน่ะ มีโรงงานอาหารแช่แข็งอยู่เจ้าหนึ่ง ฝ่ายซ่อมบำรุงที่นั่นเคี่ยวมาก โดยเฉพาะผู้ช่วยผู้จัดการคนใหม่... เห็นว่าอายุแค่ยี่สิบหกเองมั้ง แต่เก่งและดุอย่าบอกใคร รายนั้นน่ะชอบลองภูมิเซลล์ผู้หญิงด้วยนะ" คำขู่ของพี่เจนทำให้ตาร์ขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว หญิงสาวหันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แววตาที่เคยหม่นแสงเพราะความยาก เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นทิฐิขึ้นมาทันที อายุ 26 แล้วเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ? ดุนักใช่ไหม... ได้! ตาร์สูดหายใจเข้าลึก ลากสมุดโน้ตเล่มใหม่เอี่ยมมาวางตรงหน้า ก่อนจะเริ่มคัดคำศัพท์แรกด้วยตัวบรรจง... 'PM - Preventive Maintenance (การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน)' เธอจะไม่ยอมแพ้แค่วันแรกหรอก อายุ 28 แล้ว ไม่มีเวลามานั่งอาร์ตตัวแม่ ข้าวก็ต้องซื้อ สิ้นเดือนก็ต้องจ่ายค่าคอนโด!
Updated at
Reads
สำหรับ 'เอิร์ธ วรัญญู' เขาคือดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าและหนุ่มนักดนตรีขวัญใจโรงเรียน ส่วน 'ริชา เฌอริชา' เป็นเพียง 'สายลม' จางๆ ที่คอยวิ่งวุ่นอยู่เบื้องหลังเวที คอยยื่นขวดน้ำ จัดการตารางซ้อม และแอบเก็บงำความรักไว้ในท่วงทำนองเพลงโปรดของเขา... เพลงที่เขาหัดร้องเพื่อเอาไปจีบผู้หญิงอีกคน สิบปีผ่านไป จากขาสั้นคอซองสู่ชีวิตวัยทำงานที่โตขึ้น ในคืนฝนตกที่ออฟฟิศอันเงียบเหงา เสียงเพลงเก่าเพลงนั้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของเอิร์ธ ทว่าแววตาของเขาในวันนี้ไม่ได้ประกายความสุขเหมือนวันวาน ความสัมพันธ์ที่ลุ่มๆ ดอนๆ กับคนรักทำให้เขาใจพัง และเลือกที่จะหันมาพึ่งพา 'เซฟโซน' เพียงหนึ่งเดียวของเขา ริชายังคงทำหน้าที่เป็นสายลมที่แสนดี คอยปลอบโยนและพัดพาความทุกข์ไปจากใจเขา แม้ว่ายิ่งใกล้ชิดเท่าไหร่ หัวใจของเธอจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น ท่ามกลางรอยร้าวที่เกือบจะแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน ริชาต้องเลือกระหว่างการเห็นแก่ตัวสารภาพความจริง หรือจะยอมเป็นสายลมที่โบกโบยอยู่ห่างๆ เพื่อส่งเขาให้ถึงฝั่งฝัน... แล้วเลือนหายไปตลอดกาล "ฉันเป็นได้ทุกอย่างให้เธอแล้วเอิร์ธ... ยกเว้นคนที่เธอรัก"
Updated at
Reads
"บางความรักถูกออกแบบมาให้ 'รู้สึก' แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ 'ครอบครอง'" ท่ามกลางไอร้อนของจังหวัดเล็กๆ ในภาคกลาง ที่ซึ่งเข็มนาฬิกาดูจะหมุนช้ากว่าความเป็นจริง แมน นายทหารหนุ่มยศร้อยโทผู้เงียบขรึมและมีนัยน์ตาที่อ่านไม่ออก กลับต้องมาเผชิญหน้ากับอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ในใจมาตลอดหลายปี อดีตนั้นอยู่ในรูปลักษณ์ของ ครูโบว์ ครูประถมผู้มีรอยยิ้มราบเรียบ ทว่าซ่อนความเศร้าไว้ลึกสุดหยั่ง ทั้งคู่เคยมี 'โลกใบเล็ก' ร่วมกันในสมัยเรียน เป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางทุ่งนาและสายลมเย็น แต่วันเวลาและเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยอ้าง กลับดึงรั้งให้ทั้งสองต้องแยกทางกันไปเติบโตในเส้นทางที่ต่างกัน จนกระทั่งโชคชะตา (หรือใครบางคน) ออกแบบให้เขาทั้งคู่กลับมาบรรจุรับราชการในจังหวัดเดียวกัน... ในฐานะคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยที่สุด ความอึมครึมที่ยากจะอธิบาย ความเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การไม่ได้เจอกัน แต่คือการที่ต้องยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่กลับทำได้เพียงพยักหน้าทักทายตามมารยาท แมนยังคงเป็นแมนที่เงียบงันและขีดเส้นกั้นตัวเองไว้ด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ส่วนโบว์ก็ทำหน้าที่ครูผู้แสนดีได้อย่างไร้ที่ติ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ท่าทีเหล่านั้น หัวใจของทั้งคู่ยังคงเต้นเป็นจังหวะเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ความลับที่ซ้อนทับ เรื่องราวยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อ แนน น้องสาวแท้ๆ ของแมน กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานคนสนิทของโบว์ แนนมักจะเล่าเรื่องพี่ชายให้โบว์ฟังเสมอ โดยหารู้ไม่ว่า "พี่ชาย" คนนั้น คือคนเดียวกับที่เป็นเจ้าของความทรงจำสีจางๆ ในใจของเพื่อนสาว ทุกครั้งที่ทั้งสามคนต้องมาเจอกัน ความอึดอัดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะปกคลุมไปทั่วบริเวณ แมนทำได้เพียงมองโบว์ผ่านกระจกมองหลัง และโบว์ทำได้เพียงส่งยิ้มให้แนนในขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นเงาของแมนที่ยืนอยู่ไกลๆ "เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่รักกันแทบตาย แต่ต้องแสร้งทำเป็นว่าเราไม่เคยมี 'วันวาน' ร่วมกัน" ในเมืองที่เงียบสงบแห่งนี้ ใครเป็นคนออกแบบให้ความรักของเขาและเธอต้องเป็นความลับ? ใครออกแบบให้ความใกล้ชิดกลายเป็นความทรมาน? และสุดท้าย... พวกเขาจะยอมให้ "โชคชะตา" เป็นคนขีดเส้นตาย หรือจะลุกขึ้นมา "ออกแบบ" เส้นทางรักครั้งนี้ด้วยตัวเอง แม้ว่ามันอาจจะต้องแลกมาด้วยความแตกสลายของใครบางคนก็ตาม
Updated at
Reads
"มันเป็นความรักที่อึมครึม... เหมือนหมอกควันหนาทึบ" ยิ่งพยายามมองให้ชัด... ก็ยิ่งหลงทาง ยิ่งเขาหัวเราะเสียงดังเท่าไหร่... หัวใจเธอก็ยิ่งหน่วงมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายแล้ว... เธอรักฉันหรือเปล่า? หรือมีแค่ฉันที่คิดไปเอง
Updated at
Reads
'จะปั่นหัวเจ้านายพ่อหม้ายให้หลงรัก' กลายเป็นสงครามความรักเมื่อสต็อกเก่าตามรังควาน! จัสมินจะทำอย่างไรในเมื่อเกมนี้เดิมพันด้วยหัวใจ และคนที่เธออยากให้หลงมากที่สุด กลับเป็นคนที่ตามเล่ห์เหลี่ยมไม่ทัน... หรือจริงๆ แล้วคนที่โดนปั่นหัวอยู่ อาจจะเป็นเธอเอง?"
Updated at
Reads
เสือเดินโงนเงนออกจากลิฟต์ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจนเขาแทบไม่มีสติ เขาไขกุญแจห้องที่คิดว่าเป็นของตัวเอง แต่มันกลับเปิดออกได้อย่างง่ายดาย เขาพุ่งตัวลงบนเตียงนุ่มที่มีกลิ่นน้ำหอมกุหลาบอ่อนๆ โดยไม่รู้เลยว่า... เจ้าของห้องตัวจริงเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูผืนเดียว!
Updated at
Reads
"อึก..." น้ำฟ้าพยายามลืมตาขึ้นท่ามกลางความมึนงง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก เธอรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่พาดอยู่บนเอวบาง เมื่อก้มลงมองก็ต้องตาค้าง... แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำกำลังกอดเธอไว้แน่น และที่สำคัญ... ทั้งเขาและเธอต่างไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว! น้ำฟ้านึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... เหล้ากี่แก้วกันนะที่ทำให้เธอใจกล้าบ้าบิ่นไปคว้าผู้ชายสายตาคมกริบคนนี้มาจบบนเตียง!
Updated at
Reads
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องแลบเกษตรศาสตร์หมายเลข 4 พร กำลังจัดแต่งทรงผมพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี เขามองเห็น "เป้าหมาย" เดินผ่านโถงทางเดินไป "แวนด้าครับ! รอก่อนสิคนสวย เย็นนี้ไปทานข้าวกับพี่พรไหม?" เสียงหวานเลี่ยนของพรทำเอาแวนด้าถึงกับต้องเร่งฝีเท้า เธอเกลียดความวุ่นวายที่สุด โดยเฉพาะชายที่โปรยเสน่ห์ไม่เลือกหน้าอย่างพร เธอเห็นประตูไม้เก่าๆ ของห้องแลบกล้วยไม้ป่าแง้มอยู่ จึงตัดสินใจผลักเข้าไปทันทีเพื่อหลบสายตาคนข้างนอก แกร๊ก... ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นชื้นของดินและขุยมะพร้าวลอยมาแตะจมูก แวนด้าหันไปมองรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยถาดเพาะเชื้อและกล้วยไม้ป่าพันธุ์แปลกตาที่เกาะอยู่ตามขอนไม้ "เข้ามาทำไม..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังมาจากมุมมืดหลังชั้นวาง แวนด้าสะดุ้งสุดตัว เธอเห็นชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้มที่กำลังถือกระบอกฉีดน้ำมือสั่นไหวเล็กน้อย เขาคือ ชัฏ คนที่ใครๆ ต่างก็บอกว่า "เป็นคนบ้าที่วันๆ สนใจแต่ดอกไม้" "ฉัน... ฉันแค่เข้ามาหลบคน" แวนด้าตอบเสียงสั่น พลางกวาดสายตามองชายหนุ่มที่ดูเงียบขรึมเหมือนก้อนหินที่ถูกวางไว้กลางป่า ชัฏวางกระบอกฉีดน้ำลง ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า "ที่นี่ไม่ใช่ที่หลบภัย แต่เป็นสถานที่สร้างชีวิต ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็ออกไปซะ... อย่าให้ฝุ่นจากตัวเธอมาทำลายงานวิจัยของฉัน" แวนด้าอ้าปากค้าง นี่คือครั้งแรกที่มีผู้ชายเมินเฉยต่อความสวยงามและฐานะของคุณหนูเมืองหลวงอย่างเธอ แต่นั่นกลับทำให้ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกของเธอ... ความสนใจในตัวผู้ชายที่ดูเหมือนจะไร้หัวใจคนนี้
Updated at
Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.
If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.